coaching คือ - The Blacksmith

Coaching ต่างจาก Mentoring อย่างไร และ HR ควรนำมาใช้พัฒนาคนแบบไหน

Coaching คือกระบวนการพัฒนาคนที่ผู้ coach ช่วยให้ผู้รับการ coach ค้นพบคำตอบและ solution ด้วยตัวเอง ผ่านการตั้งคำถามที่ทรงพลัง ส่วน Mentoring คือการที่ผู้มีประสบการณ์มากกว่าถ่ายทอดความรู้ ทักษะ และ advice โดยตรงแก่ผู้ที่กำลังพัฒนา

Coaching ต่างจาก Mentoring อย่างไร และ HR ควรนำมาใช้พัฒนาคนแบบไหน

“ฉันก็อยากพัฒนาทีม แต่ไม่รู้ว่าต้องทำแบบไหน — Coach หรือ Mentor?”

คำถามนี้พบบ่อยมากในกลุ่ม HR และ Manager ที่อยากพัฒนาคนจริงๆ แต่สับสนว่าเครื่องมือไหนเหมาะกับสถานการณ์ไหน

ความสับสนนี้ไม่แปลก เพราะทั้งสองมีเป้าหมายคล้ายกัน — พัฒนาคน — แต่ วิธีทำงาน บทบาท และสถานการณ์ที่เหมาะสมต่างกันโดยสิ้นเชิง


Coaching vs Mentoring: ตารางเปรียบเทียบ

มิติ Coaching Mentoring
บทบาทหลัก ตั้งคำถาม ช่วยให้คิด แนะนำ แชร์ประสบการณ์
ทิศทาง Coach-ee นำ (agenda ของผู้รับ) Mentor นำ (wisdom ของผู้ให้)
ความสัมพันธ์ Professional ไม่จำเป็นต้องรู้จักกันมาก มักมีความสัมพันธ์ใกล้ชิด
ระยะเวลา มักสั้น 6-12 sessions มักยาว 6 เดือน – หลายปี
ต้องการ expertise เรื่องนั้น? ไม่จำเป็น ใช่
เป้าหมาย แก้ปัญหาเฉพาะ / พัฒนาทักษะ career path ระยะยาว / ถ่ายทอดวัฒนธรรม
ใครทำได้บ้าง Coach ที่ผ่านการฝึก Senior ที่มีประสบการณ์

Coaching ทำงานอย่างไร: หลักการและรูปแบบ

Coaching ตั้งอยู่บนความเชื่อหนึ่ง: คนทุกคนมีคำตอบในตัวเอง หน้าที่ของ coach ไม่ใช่ “บอกว่าต้องทำอะไร” แต่คือ “ช่วยให้เขาค้นพบว่าตัวเองต้องทำอะไร”

GROW Model: Framework ที่ใช้บ่อยที่สุดใน Coaching

G — Goal: เป้าหมายคืออะไร?
“คุณอยากได้อะไรจาก session นี้?” / “ใน 6 เดือนข้างหน้า คุณอยากอยู่ที่ไหน?”

R — Reality: สถานการณ์ปัจจุบันเป็นอย่างไร?
“ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง?” / “อะไรที่ทำให้ยังไม่ถึงเป้าหมาย?”

O — Options: มีทางเลือกอะไรบ้าง?
“คุณคิดว่ามีวิธีอื่นอีกไหม?” / “ถ้าไม่มี limitation อะไรเลย คุณจะทำอะไร?”

W — Will / Way Forward: จะทำอะไรต่อ?
“คุณจะทำขั้นแรกอะไร?” / “จะเริ่มเมื่อไหร่?”

ทักษะหลักของ Coach ที่ดี

1. Active Listening (ฟังอย่างตั้งใจ)
Coach ที่ดีพูดน้อยกว่า 30% ของเวลา ฟังมากกว่า 70% ฟังทั้งคำพูด ภาษากาย และสิ่งที่ “ไม่ได้พูด”

2. Powerful Questions (คำถามที่ทรงพลัง)
คำถามที่ดีเปิดกว้าง ชวนคิดลึก และไม่มี agenda แอบซ่อน:
– “สิ่งนั้นหมายความว่าอะไรสำหรับคุณ?”
– “ถ้าคุณรู้คำตอบแล้ว มันจะเป็นอะไร?”
– “อะไรที่ทำให้คุณยังคิดแบบนั้น?”

3. Non-Judgment (ไม่ตัดสิน)
Coach ไม่บอกว่าความคิดหรือการตัดสินใจของ coach-ee ถูกหรือผิด แต่ช่วยให้เขา explore ผลลัพธ์ที่จะตามมาจากแต่ละทางเลือก


Mentoring ทำงานอย่างไร: หลักการและรูปแบบ

Mentoring ตั้งอยู่บนความเชื่อว่า ประสบการณ์ที่สั่งสมมาคือทรัพยากรที่มีค่า และการถ่ายทอดสิ่งที่เรียนรู้มาช่วยลด learning curve ของคนรุ่นใหม่ได้อย่างมาก

รูปแบบ Mentoring ที่พบบ่อย

Traditional Mentoring: Senior ถ่ายทอดให้ Junior ในสาย career เดียวกัน มักเน้น technical knowledge, organizational know-how, และ career guidance

Reverse Mentoring: Junior สอน Senior เรื่องที่เขาถนัดกว่า (เช่น digital tools, Gen Z perspective, social media) — เพิ่มความนิยมมากในยุคที่ tech เปลี่ยนเร็ว

Peer Mentoring: คนในระดับเดียวกัน support กันและเรียนรู้จากกัน — เหมาะสำหรับ onboarding หรือ cross-functional learning

Group Mentoring: Mentor 1 คนทำงานกับ mentee หลายคนพร้อมกัน ประหยัดเวลาและสร้าง community ได้ด้วย


เมื่อไหรควรใช้ Coaching และเมื่อไหรควรใช้ Mentoring

ใช้ Coaching เมื่อ…

  • พนักงานติดอยู่กับปัญหาเฉพาะ ที่ต้องการ clarity ใน thinking ไม่ใช่ expertise
  • ต้องการพัฒนา behavioral skills เช่น การสื่อสาร, decision making, leadership style
  • มี goal ที่ชัดเจน แต่ไม่รู้ว่าจะไปถึงได้อย่างไร
  • ต้องการ accountability partner ที่ช่วยให้ commit กับ action plan
  • Manager ต้องการพัฒนาคนในทีม ผ่าน coaching conversations ในชีวิตประจำวัน

ใช้ Mentoring เมื่อ…

  • พนักงานใหม่ต้องการ orientation เรื่อง culture, politics, และ unwritten rules ขององค์กร
  • High-potential ต้องการ career guidance จากคนที่เดินทางนั้นมาก่อน
  • ต้องการ transfer tacit knowledge ก่อนที่ Senior จะเกษียณหรือออกจากองค์กร
  • ต้องการ build network ให้พนักงานรู้จักกับคนสำคัญในองค์กร
  • Cross-generational understanding ที่ต้องการ two-way dialogue

HR จะออกแบบ Coaching และ Mentoring Program อย่างไร

Coaching Program Design

Step 1: Define Objectives
Coaching เพื่ออะไร? พัฒนา leadership? แก้ performance issue? Onboarding executives?

Step 2: เลือกรูปแบบ Coach
– Internal Coach: Manager ที่ฝึก coaching skills (ประหยัดแต่ต้องเฝ้าระวัง conflict of interest)
– External Coach: Professional coach จากข้างนอก (เหมาะสำหรับ C-suite และ sensitive issues)
– Peer Coach: เพื่อนร่วมงานที่ฝึกเทคนิค coaching (ดีสำหรับ team coaching culture)

Step 3: กำหนด Structure
– จำนวน sessions (โดยทั่วไป 6-12 sessions)
– ความถี่ (สัปดาห์ละครั้ง หรือ 2 สัปดาห์ครั้ง)
– Duration (45-60 นาทีต่อ session)
– Format (in-person หรือ virtual)

Step 4: Measure และ Evaluate
– Goal attainment (บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไหม?)
– Behavior change (พฤติกรรมเปลี่ยนไปสังเกตได้ไหม?)
– Business impact (ส่งผลต่อ KPI ไหม?)

Mentoring Program Design

Step 1: Matching Process ที่ดี
การ match ที่ผิดพลาดคือสาเหตุหลักที่ mentoring program ล้มเหลว ควรคำนึงถึง:
– career goals ของ mentee ตรงกับ experience ของ mentor ไหม?
– personality fit — ไม่ต้องเหมือนกันแต่ต้องสื่อสารกันได้
– ระดับ commitment ที่ทั้งสองฝ่ายมีให้กัน

Step 2: ให้ Structure แต่ไม่แข็งเกินไป
กำหนด meeting cadence (เดือนละครั้งหรือ 2 สัปดาห์ครั้ง) และ suggested agenda outline แต่ให้ mentor/mentee กำหนด agenda จริงๆ ตาม need ของ mentee

Step 3: Train ทั้ง Mentor และ Mentee
– Mentor training: วิธี active listening, วิธีให้ feedback constructively, วิธีหลีกเลี่ยง “สั่ง” แทน “แนะนำ”
– Mentee training: วิธีเตรียม agenda, วิธีรับ feedback, วิธี follow through

Step 4: Community และ Celebration
สร้าง mentor/mentee community ที่แชร์ experience กัน และ celebrate success stories เพื่อสร้าง culture


🚀 พัฒนาทีมของคุณกับ The Blacksmith

Corporate Training เฉพาะสำหรับองค์กรของคุณ

ขอข้อมูลหลักสูตรฟรี

Manager ในฐานะ Coach: ทักษะที่ HR ควรพัฒนาให้ทีมผู้บริหาร

ในยุคปัจจุบัน Manager ที่ดีไม่ใช่แค่ “ผู้จัดการ” แต่ต้องเป็น “Coach” ให้กับทีมด้วย

Manager-as-Coach ต่างจาก Professional Coach ตรงไหน?
Manager-as-Coach ไม่ต้องผ่านการ certify เหมือน professional coach แต่ต้องเรียนรู้ “เมื่อไหรควร tell vs coach”

สถานการณ์ Tell / Direct Coach
งานเร่งด่วน deadline ใกล้ ✓ —
Safety issue ที่ต้องแก้ทันที ✓ —
พนักงานใหม่ยังไม่มีทักษะพอ ✓ บางส่วน
พนักงาน experienced ต้องตัดสินใจ — ✓
พนักงานติดปัญหา สามารถแก้ได้เอง — ✓
พัฒนา capability ระยะยาว — ✓

สรุป: ใช้ทั้งสองเสริมกัน ไม่ใช่แทนกัน

Coaching และ Mentoring ไม่ได้แข่งกัน แต่เป็นเครื่องมือที่ complement กัน

องค์กรที่พัฒนาคนได้ดีที่สุดมักมีทั้งสอง: Mentoring เพื่อ transfer wisdom และสร้าง connection ระยะยาว + Coaching เพื่อ unlock potential และแก้ปัญหาเฉพาะ

HR ที่เข้าใจความแตกต่างและรู้ว่าจะใช้เมื่อไหร่ จะสร้าง development ecosystem ที่ทรงพลังสำหรับองค์กรในระยะยาว

Scroll to Top