มีผู้บริหารคนหนึ่งในบริษัทขนาดกลาง เรียนจบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำในต่างประเทศ ความรู้ด้านวิชาชีพไม่มีใครในองค์กรเทียบได้ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทุกคนรู้สึกตรงกันคือ ไม่มีใครอยากอยู่ในห้องประชุมเดียวกับเขา
ปัญหาไม่ใช่เพราะเขาโมโหร้าย แต่เพราะทุกความผิดพลาดจะถูกวิจารณ์อย่างรุนแรง ทุกไอเดียที่ต่างจากของเขาจะถูกปัดทิ้งทันที และไม่เคยมีครั้งไหนที่เขาพูดว่า “ทำได้ดีมาก” หรือ “ขอบคุณที่พยายาม”
ผลที่ตามมาคือคนเก่งทยอยลาออก ไอเดียใหม่ๆ หยุดไหลเข้ามา และองค์กรเสียหายมากกว่าจะได้ประโยชน์จากความเก่งของเขา
เรื่องนี้คือตัวอย่างของ “IQ สูง แต่ EQ ต่ำ” ซึ่งพบได้บ่อยกว่าที่คิดในองค์กรไทย
Daniel Goleman นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน ค้นพบจากการวิจัยกับองค์กรกว่า 200 แห่งทั่วโลกว่า ผู้นำที่ประสบความสำเร็จในระยะยาวไม่ใช่คนที่ฉลาดที่สุดในห้อง แต่คือคนที่เข้าใจและจัดการอารมณ์ได้ดีที่สุด ทั้งอารมณ์ของตัวเองและของคนรอบข้าง เขาเรียกสิ่งนี้ว่า Emotional Intelligence หรือ EQ
📚 บทความที่เกี่ยวข้อง
→ ก่อนจะเป็นผู้นำ ต้องเข้าใจก่อนว่า Leadership ไม่ใช่ตำแหน่ง
→ ภาวะผู้นำที่แท้จริงเริ่มที่ Self-Awareness ไม่ใช่ที่ความกล้า
→ ภาวะผู้นำที่สร้าง Psychological Safety: เมื่อทีมกล้าพูดความจริง
EQ คืออะไร และทำไมถึงสำคัญกว่า IQ สำหรับผู้นำ
IQ บอกว่าคุณฉลาดแค่ไหน แต่ EQ บอกว่าคุณทำงานกับคนอื่นได้ดีแค่ไหน
สำหรับผู้บริหาร IQ อาจพาคุณมาถึงประตูห้องผู้นำได้ แต่ EQ ต่างหากที่จะกำหนดว่าคุณจะอยู่ได้นานแค่ไหน และสร้างผลลัพธ์ได้มากแค่ไหน เพราะงานของผู้นำไม่ใช่การแก้โจทย์คนเดียว แต่คือการทำให้ทั้งทีมแก้โจทย์ร่วมกันได้ดีที่สุด
Goleman แบ่ง EQ ออกเป็น 5 องค์ประกอบหลัก ได้แก่
Self-Awareness หรือการรู้จักตัวเอง คือความสามารถในการรับรู้อารมณ์ของตัวเองได้ในขณะนั้น ผู้นำที่มี Self-Awareness ดีจะรู้ตัวเมื่อกำลังโกรธหรือกดดัน และเลือกที่จะหยุดคิดก่อนตอบสนอง แทนที่จะปล่อยอารมณ์ออกมาจนสร้างความเสียหายให้ทีม
Self-Regulation หรือการควบคุมตัวเอง ก้าวต่อจาก Self-Awareness ไม่เพียงแค่รู้ว่าโกรธ แต่สามารถเลือกได้ว่าจะจัดการกับอารมณ์นั้นอย่างไร ผู้นำที่ Self-Regulation ดีจะไม่ระเบิดใส่ทีมเมื่อเจอปัญหา แต่จะหายใจลึก คิด แล้วพูดด้วยเหตุผล
Motivation หรือแรงขับภายใน ไม่ใช่แค่การทำงานเพื่อเงินหรือตำแหน่ง แต่คือความต้องการที่แท้จริงในการทำให้สิ่งต่างๆ ดีขึ้น ผู้นำที่มี Motivation จากภายในจะยังคงพยายามแม้เจอความล้มเหลว เพราะทำเพราะอยากทำ ไม่ใช่เพราะต้องทำ
Empathy หรือความเข้าใจผู้อื่น คือความสามารถในการมองออกว่าคนอื่นกำลังรู้สึกอะไร ต้องการอะไร หรือกำลังลำบากอยู่กับอะไร ผู้นำที่มี Empathy จะไม่ด่วนโทษเมื่อคนในทีมทำงานพลาด แต่จะถามก่อนว่า “มีอะไรที่ฉันช่วยได้ไหม?”
Social Skills หรือทักษะในการสื่อสาร ครอบคลุมทั้งการฟัง การพูด และการจัดการความขัดแย้ง ผู้นำที่มี Social Skills ดีทำให้คนรอบข้างรู้สึกว่าได้รับการรับฟัง และอยากทำงานด้วย ไม่ใช่เพราะถูกบังคับ
เมื่อ IQ สูงแต่ EQ ต่ำ เกิดอะไรขึ้น?

กลับมาที่ผู้บริหารในตอนต้น เมื่อฝ่ายบุคคลวิเคราะห์สาเหตุของการลาออกที่พุ่งสูง ก็พบว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความสามารถในงาน แต่อยู่ที่วิธีที่เขาสื่อสารกับทีม
เขาไม่เคยฟังก่อนพูด ไม่เคยชมเมื่อทีมทำได้ดี และเมื่อมีความเห็นต่าง เขาตัดบทด้วยคำว่า “วิธีนั้นใช้ไม่ได้” โดยไม่ให้โอกาสอธิบาย ทีมจึงเลือกที่จะเงียบ แล้วในที่สุดก็เลือกที่จะไปหาที่ทำงานใหม่
สิ่งที่น่าสนใจคือ เมื่อบริษัทเสนอให้เขาเข้าโปรแกรม EQ Coaching เขายอมรับ เพราะเขาเห็นแล้วว่าผลงานของทีมแย่ลงทุกเดือน
หลังจากสามเดือน การเปลี่ยนแปลงเริ่มชัดเจน เขาเริ่มถามทีมก่อนสรุปคนเดียว เริ่มพูดชมเมื่อเห็นความพยายาม และเริ่มฟังโดยไม่ขัด บรรยากาศในทีมเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด คนเริ่มพูดในประชุม ไอเดียใหม่เริ่มไหลเข้ามา และอัตราการลาออกลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
EQ ส่งผลต่อผลงานทีมอย่างไร
ผลการวิจัยของ Goleman แสดงให้เห็นความเชื่อมโยงที่ชัดเจนระหว่าง EQ ของผู้นำกับผลลัพธ์ขององค์กร ทีมที่มีผู้นำ EQ สูงมีแนวโน้มที่จะมีความผูกพันกับองค์กรมากกว่า ลาออกน้อยกว่า และกล้าเสนอความคิดใหม่มากกว่า
🚀 พัฒนาทีมผู้นำของคุณกับ The Blacksmith
Corporate Training ด้าน Leadership, EQ และ Soft Skills — ออกแบบเฉพาะสำหรับองค์กรไทย
→ ขอข้อมูลหลักสูตรฟรีเหตุผลไม่ซับซ้อน เมื่อคนรู้สึกว่าผู้นำเข้าใจพวกเขา พวกเขาก็จะทุ่มเทมากขึ้น เมื่อรู้สึกปลอดภัยที่จะพูดความจริง ปัญหาก็ถูกแก้ไขก่อนที่จะบานปลาย และเมื่อรู้สึกว่าความพยายามได้รับการยอมรับ พวกเขาก็จะพยายามต่อเนื่อง
ในทางกลับกัน ผู้นำที่ EQ ต่ำแม้จะเก่งงานมากแค่ไหน ก็มักสร้างบรรยากาศที่คนทำงานด้วยความกลัวมากกว่าความมุ่งมั่น และบรรยากาศแบบนั้นไม่เอื้อให้ใครทำงานได้ดีในระยะยาว
EQ พัฒนาได้ ไม่ใช่สิ่งที่ติดตัวมาแต่กำเนิด
ข่าวดีสำหรับผู้นำที่รู้ตัวว่า EQ ยังไม่ดีพอคือ EQ ไม่เหมือน IQ ที่ค่อนข้างคงที่ตลอดชีวิต EQ สามารถพัฒนาได้ผ่านการฝึกฝนและการตระหนักรู้
วิธีเริ่มต้นที่ได้ผลคือการ Reflect หลังจากสถานการณ์ที่ยาก เช่น หลังประชุมที่ตึงเครียด ลองถามตัวเองว่า “ฉันตอบสนองอย่างนั้นเพราะอะไร?” หรือ “มีอะไรที่ควรพูดต่างออกไปไหม?” การตั้งคำถามเล็กๆ เหล่านี้อย่างสม่ำเสมอจะสร้างความตระหนักรู้ที่ลึกขึ้นเรื่อยๆ
อีกวิธีที่ช่วยได้มากคือการขอ Feedback ตรงๆ จากคนในทีม คำถามง่ายๆ อย่าง “มีอะไรที่ฉันควรเปลี่ยนแปลงในการทำงานกับพวกคุณไหม?” เปิดโอกาสให้ได้ยินสิ่งที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน และถ้ารับฟังด้วยใจเปิด ข้อมูลที่ได้จะมีคุณค่ามากกว่าแบบประเมินใดๆ
สำหรับผู้นำที่ต้องการพัฒนาอย่างจริงจัง การเข้าโปรแกรม EQ Coaching หรือหลักสูตร Leadership ที่เน้นด้าน Soft Skills จะช่วยให้มีทิศทางที่ชัดเจนกว่าการลองผิดลองถูกเอง
บทสรุป: ผู้นำที่ดีไม่ใช่คนเก่งที่สุด แต่คือคนที่ทำให้ทีมเก่งขึ้น
IQ พาคุณมาถึงตำแหน่ง แต่ EQ ต่างหากที่กำหนดว่าคุณจะทำอะไรได้เมื่ออยู่ในตำแหน่งนั้น
ผู้นำที่ดีไม่จำเป็นต้องฉลาดที่สุดในห้อง แต่ต้องทำให้คนในห้องอยากคิด อยากพูด และอยากทำงานด้วย นั่นคือสิ่งที่ EQ ทำได้ และนั่นคือสิ่งที่ IQ เพียงอย่างเดียวไม่มีวันทำได้
คำถามที่พบบ่อย
Q: ถ้าผู้นำของฉัน EQ ต่ำ ในฐานะ HR ฉันทำอะไรได้บ้าง?
A: เริ่มจากการหา Mentor ภายนอกองค์กรที่สามารถพูดคุยและขอแนวทางได้ นอกจากนั้นให้มุ่งพัฒนา EQ ของตัวเองไปด้วย เพราะในระยะยาว คนที่ EQ ดีมักก้าวหน้าได้แม้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ยาก
Q: EQ ต้องใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะเห็นผล?
A: ถ้าตั้งใจฝึกจริงและมีการ Reflect อย่างสม่ำเสมอ การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ จะเริ่มเห็นได้ภายใน 4-6 สัปดาห์ คนรอบข้างมักสังเกตเห็นก่อนที่คุณจะรู้สึกเองด้วยซ้ำ
Q: EQ สูงแปลว่าอ่อนโยนจนขาดความเด็ดขาดไหม?
A: ไม่เลย ผู้นำที่ EQ สูงยังสามารถตัดสินใจอย่างเด็ดขาดและพูดความจริงที่ยากได้ ความแตกต่างอยู่ที่วิธีการ พวกเขาทำสิ่งเหล่านั้นด้วยความเคารพและความเข้าใจ ไม่ใช่ด้วยความก้าวร้าวหรือความเย็นชา
Q: Empathy สอนกันได้จริงไหม?
A: ได้ โดยเริ่มจากการฝึกถามคำถามที่เปิดให้คนอื่นอธิบายความรู้สึก เช่น “คุณมองเรื่องนี้ยังไง?” หรือ “มีอะไรที่ทำให้รู้สึกกังวลไหม?” สิ่งสำคัญกว่าการถามคือการฟังคำตอบโดยไม่รีบขัดหรือสรุปเอง
Q: องค์กรควรเริ่มลงทุนใน EQ Training อย่างไร?
A: ควรเริ่มจากผู้บริหารระดับกลางขึ้นไปก่อน เพราะพวกเขาคือคนที่ส่งผลต่อประสบการณ์การทำงานของคนส่วนใหญ่ในองค์กร การลงทุนใน EQ ของผู้บริหารกลุ่มนี้มักให้ผลตอบแทนที่ชัดเจนในด้านการรักษาบุคลากรและบรรยากาศองค์กร
พัฒนา Leadership และ EQ ให้กับทีมของคุณกับ The Blacksmith
Corporate Training ที่ออกแบบเฉพาะสำหรับองค์กรไทย ทั้งแบบ In-house และ Online


