วัฒนธรรมการทำงานไม่ได้เกิดจากคำประกาศ แต่เกิดจากพฤติกรรมซ้ำ ๆ
หลายองค์กรมองว่าวัฒนธรรมการทำงานคือชุดค่านิยมที่ต้องสื่อสารให้พนักงานเข้าใจ แต่ในความเป็นจริง วัฒนธรรมเกิดจากสิ่งที่คนทำซ้ำในชีวิตประจำวัน วิธีประชุม วิธีตัดสินใจ วิธีรับมือกับความผิดพลาด และวิธีสื่อสารในวันที่งานกดดัน
เทรนนิ่งพนักงานมีบทบาทสำคัญในจุดนี้ เพราะเป็นพื้นที่ที่องค์กรส่งสัญญาณว่าพฤติกรรมแบบใดถูกคาดหวัง และพฤติกรรมแบบใดควรถูกปรับ เมื่อการเรียนรู้สอดคล้องกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง วัฒนธรรมจะค่อย ๆ ก่อตัวโดยไม่ต้องบังคับ
เทรนนิ่งพนักงานช่วยทำให้พฤติกรรมที่คาดหวังชัดขึ้น
พนักงานจำนวนมากไม่ได้ขาดความตั้งใจในการทำงาน แต่ขาดความชัดเจนว่าควรแสดงพฤติกรรมอย่างไรในสถานการณ์ต่าง ๆ เทรนนิ่งพนักงานที่ออกแบบจากบริบทการทำงาน จะช่วยทำให้ความคาดหวังเหล่านี้จับต้องได้
เมื่อพนักงานเข้าใจว่าควรคิดและตัดสินใจอย่างไรในสถานการณ์จริง การทำงานจะไม่ต้องอาศัยการควบคุมอย่างใกล้ชิด และความไว้วางใจจะค่อย ๆ เกิดขึ้นในทีม
การเรียนรู้ที่เชื่อมกับงาน ทำให้พฤติกรรมใหม่ไม่รู้สึกฝืน
พฤติกรรมใหม่มักถูกต่อต้าน เมื่อรู้สึกว่าไม่สอดคล้องกับงานที่ทำอยู่ เทรนนิ่งพนักงานที่ดี จะไม่พยายามเปลี่ยนทุกอย่างพร้อมกัน แต่ช่วยให้พนักงานเห็นว่าการปรับเล็ก ๆ ในวิธีคิดและวิธีทำงาน สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ดีขึ้นได้อย่างไร
เมื่อพนักงานเห็นผลลัพธ์จากการปรับพฤติกรรมด้วยตัวเอง การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นอย่างสมัครใจ และมีแนวโน้มจะคงอยู่ได้นาน
เทรนนิ่งพนักงานช่วยสร้างภาษาร่วมในการทำงาน
หนึ่งในอุปสรรคของการทำงานร่วมกันคือการตีความที่ต่างกัน เทรนนิ่งพนักงานที่ออกแบบดี จะช่วยสร้างภาษาร่วมในการคิดและการสื่อสาร ทำให้ทีมเข้าใจตรงกันมากขึ้น
ภาษาร่วมนี้ช่วยลดความขัดแย้งที่ไม่จำเป็น และทำให้การทำงานข้ามบทบาทราบรื่นขึ้น เมื่อการสื่อสารชัด การทำงานจะเดินหน้าได้เร็วขึ้นโดยไม่ต้องเร่งคน
พฤติกรรมการเรียนรู้สะท้อนทัศนคติขององค์กร
องค์กรที่มองการเรียนรู้เป็นเรื่องสำคัญ จะไม่ใช้เทรนนิ่งพนักงานเป็นเพียงกิจกรรมตามแผน แต่จะเชื่อมโยงการเรียนรู้เข้ากับการทำงานจริงอย่างต่อเนื่อง
เมื่อพนักงานเห็นว่าการพัฒนาถูกให้คุณค่า ความกล้าในการตั้งคำถาม ทดลอง และเรียนรู้จากความผิดพลาดจะเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพการทำงานในระยะยาว
เทรนนิ่งพนักงานช่วยลดช่องว่างระหว่างความคาดหวังกับความเป็นจริง
หลายครั้งที่ผู้บริหารมีความคาดหวังบางอย่างต่อพนักงาน แต่พนักงานกลับไม่เข้าใจว่าควรทำอย่างไรให้สอดคล้อง เทรนนิ่งพนักงานที่เชื่อมโยงความคาดหวังกับสถานการณ์จริง จะช่วยลดช่องว่างนี้
เมื่อพนักงานเข้าใจเหตุผลและบริบท การปรับพฤติกรรมจะเกิดขึ้นอย่างมีความหมาย ไม่ใช่เพียงการทำตามคำสั่ง
การเรียนรู้ร่วมกันส่งผลต่อความสัมพันธ์ในทีม
เทรนนิ่งพนักงานที่เกิดขึ้นร่วมกันในทีม ช่วยเปิดพื้นที่ให้แลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ การได้ฟังวิธีคิดของผู้อื่น ช่วยให้พนักงานเข้าใจซึ่งกันและกันมากขึ้น
ความเข้าใจนี้ส่งผลต่อบรรยากาศการทำงาน ทำให้การร่วมมือมีคุณภาพ และลดแรงเสียดทานที่เกิดจากความไม่เข้าใจ
บทบาทของหัวหน้าคือการทำให้การเรียนรู้ไม่หยุดหลังจบเทรนนิ่ง
ต่อให้เทรนนิ่งพนักงานออกแบบมาดีเพียงใด หากหัวหน้าไม่สะท้อนและต่อยอดในงานจริง พฤติกรรมใหม่จะค่อย ๆ เลือนหาย
หัวหน้าที่ใช้ภาษาการเรียนรู้เดียวกัน ตั้งคำถามในแนวทางเดียวกัน และให้พื้นที่ทดลอง จะช่วยให้พฤติกรรมใหม่ฝังอยู่ในวัฒนธรรมการทำงาน
เทรนนิ่งพนักงานสร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร
เมื่อพนักงานรู้สึกว่าองค์กรลงทุนในการพัฒนา ความผูกพันจะเกิดขึ้นโดยไม่ต้องสร้างแรงจูงใจเพิ่มเติม เทรนนิ่งพนักงานในลักษณะนี้ จึงไม่ใช่เพียงการพัฒนาทักษะ แต่เป็นการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างคนกับองค์กร
วัฒนธรรมที่แข็งแรง เริ่มจากการเรียนรู้ที่ต่อเนื่อง
สุดท้าย วัฒนธรรมการทำงานที่แข็งแรง ไม่ได้เกิดจากโครงการระยะสั้น แต่เกิดจากการเรียนรู้ที่ต่อเนื่อง เทรนนิ่งพนักงานที่ถูกวางอยู่ในระบบการทำงาน จะช่วยหล่อหลอมพฤติกรรมและวิธีคิดของคนในองค์กรอย่างมั่นคง
หากองค์กรของคุณต้องการเทรนนิ่งพนักงานที่ช่วยสร้างวัฒนธรรมการทำงานผ่านการเรียนรู้จริงในทุกวัน The Blacksmith พร้อมร่วมออกแบบการพัฒนาที่สอดคล้องกับบริบทขององค์กรคุณ คลิกลงทะเบียน


