เมื่อ AI เปลี่ยนเกมการทำงาน Corporate training ต้องเปลี่ยนทิศทาง
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Corporate training กลายเป็นหนึ่งในงบประมาณหลักขององค์กรจำนวนมาก หลายแห่งเพิ่มจำนวนคอร์ส เพิ่มชั่วโมงอบรม และเพิ่มหัวข้อให้ครอบคลุมทักษะรอบด้าน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในงานจริงกลับไม่ได้เปลี่ยนตามสัดส่วนของการลงทุน ปัญหาเดิมยังเกิดซ้ำ การทำงานยังติดขัด และพฤติกรรมที่ควรปรับก็ยังไม่ขยับเท่าที่ควร
สิ่งนี้ไม่ได้สะท้อนว่าองค์กรเลือกคอร์สผิด แต่สะท้อนว่า Corporate training จำนวนมากยังออกแบบจากมุม “สิ่งที่ควรสอน” มากกว่า “สิ่งที่คนกำลังเผชิญอยู่จริง” เมื่อเนื้อหาดีแต่ไม่แตะจุดเจ็บของการทำงานประจำวัน ความรู้จึงถูกเก็บไว้เป็นข้อมูล มากกว่าถูกแปลงเป็นพฤติกรรมใหม่
พฤติกรรมการทำงานคือจุดเริ่มต้นของการพัฒนา ไม่ใช่ทักษะบนสไลด์
การทำงานในองค์กรไม่ได้ล้มเหลวเพราะคนไม่รู้ทฤษฎี แต่ล้มเหลวเพราะพฤติกรรมเล็ก ๆ ที่เกิดซ้ำทุกวัน เช่น การฟังไม่ครบก่อนตัดสินใจ การสื่อสารที่ไม่ชัดเจนตั้งแต่ต้น การเร่งงานโดยไม่จัดลำดับ หรือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าจนละเลยต้นเหตุ
Corporate training ที่ยังเน้นการถ่ายทอดความรู้โดยไม่เชื่อมกับพฤติกรรมเหล่านี้ จะไม่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริง เพราะผู้เรียนกลับไปเจอสภาพแวดล้อมเดิม วิธีทำงานเดิม และความคาดหวังเดิม พฤติกรรมใหม่จึงไม่มีพื้นที่ให้เติบโต
การพัฒนาที่แท้จริงต้องเริ่มจากการทำให้ผู้เรียน “เห็นตัวเองในงานที่ทำอยู่” ก่อน ไม่ใช่เห็นภาพอุดมคติที่ไกลจากความจริง
Corporate training ที่ดีต้องเชื่อมกับแรงกดดันจริงของการทำงาน
งานในองค์กรเต็มไปด้วยแรงกดดันที่ไม่ได้อยู่ในตำรา ไม่ว่าจะเป็นเดดไลน์ที่ซ้อนกัน ความคาดหวังจากหลายฝ่าย หรือข้อมูลที่ไม่ครบแต่ต้องตัดสินใจทันที หาก Corporate training ไม่แตะบริบทเหล่านี้ ผู้เรียนจะรู้สึกว่าสิ่งที่เรียนดีแต่ใช้ไม่ได้จริง
เมื่อการอบรมสะท้อนสถานการณ์ที่ผู้เรียนเจอทุกวัน เช่น ความไม่ชัดเจนของเป้าหมาย ความขัดแย้งในการทำงานร่วมกัน หรือความเหนื่อยล้าจากการแก้ปัญหาเดิมซ้ำ ๆ การเรียนรู้จะเริ่มมีความหมาย เพราะผู้เรียนจะเห็นว่าสิ่งที่เรียนช่วยให้เขาจัดการกับแรงกดดันได้ดีขึ้น ไม่ใช่เพิ่มภาระทางความคิด
การเปลี่ยนแปลงจะเกิดได้ เมื่อ Corporate training ไม่แยกออกจากงานจริง
หนึ่งในข้อผิดพลาดของการอบรมคือการแยกการเรียนออกจากการทำงานราวกับเป็นคนละโลก เมื่อการเรียนจบลง งานจริงก็เริ่มขึ้น และทั้งสองโลกไม่เคยถูกเชื่อมเข้าหากัน
Corporate training ที่ได้ผลต้องทำให้ผู้เรียนคิดต่อทันทีว่าสิ่งที่เรียนเกี่ยวข้องกับงานส่วนไหนของเขา วิธีคิดไหนที่ควรปรับ และพฤติกรรมเล็ก ๆ ใดที่สามารถเริ่มทดลองได้ทันทีในสัปดาห์ถัดไป การเรียนรู้ที่ไม่ถูกนำไปผูกกับงานจริงจะค่อย ๆ เลือนหายไปตามเวลา
บทบาทของผู้นำคือปัจจัยชี้ขาดความสำเร็จของ Corporate training
ไม่ว่าคอร์สจะออกแบบมาดีเพียงใด หากผู้นำยังทำงานด้วยวิธีเดิม ผลลัพธ์ของ Corporate training จะหยุดอยู่แค่ในห้องอบรม ผู้นำที่ไม่ตั้งคำถาม ไม่เปิดพื้นที่ให้ทดลอง และไม่สะท้อนการทำงาน จะทำให้ทีมกลับไปใช้พฤติกรรมเดิมโดยอัตโนมัติ
ในทางตรงกันข้าม ผู้นำที่เข้าใจแนวคิดเดียวกับคอร์ส และยอมปรับวิธีทำงานของตัวเอง จะทำให้ทีมกล้าลอง กล้าคิด และกล้าเปลี่ยนมากขึ้น Corporate training จึงไม่ใช่เรื่องของพนักงานอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของระบบการทำงานที่ผู้นำเป็นผู้กำหนด
Corporate training ที่ทรงพลังคือการทำให้คนเข้าใจงานของตัวเองลึกขึ้น
เป้าหมายสูงสุดของ Corporate training ไม่ใช่การเพิ่มทักษะใหม่ให้มากที่สุด แต่คือการทำให้ผู้เรียนเข้าใจงานของตัวเองชัดขึ้น เข้าใจว่าปัญหาที่เจอเกิดจากอะไร วิธีคิดไหนกำลังฉุดรั้ง และพฤติกรรมใดที่ควรปรับเพื่อให้การทำงานราบรื่นขึ้น
เมื่อผู้เรียนเข้าใจงานของตัวเองใหม่ พฤติกรรมจะเริ่มเปลี่ยนโดยไม่ต้องบังคับ และเมื่อหลายคนเปลี่ยนพร้อมกัน ระบบการทำงานขององค์กรจะขยับไปข้างหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ
“การพัฒนาที่แท้จริง เริ่มจากการเข้าใจงาน ไม่ใช่จากการเพิ่มความรู้”
หากองค์กรของคุณต้องการ Corporate training ที่เชื่อมโยงกับการทำงานจริง และช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมของทีมอย่างเป็นระบบ The Blacksmith พร้อมออกแบบโปรแกรมที่เหมาะกับบริบทขององค์กรคุณอย่างแท้จริง คลิกลงทะเบียน


