ทำไมหลายหลักสูตรให้เนื้อหาเยอะ แต่ไม่เกิดผลใด ๆ ในหน้างาน
ในการพัฒนาคน หลายองค์กรเชื่อว่าการให้เนื้อหามากขึ้นคือคำตอบ จึงจัดหลักสูตรการฝึกอบรมที่เต็มไปด้วยทฤษฎี เทคนิค และเครื่องมือ เพราะคิดว่ายิ่งผู้เรียนรู้มากเท่าไร ก็ยิ่งทำงานได้ดีขึ้นเท่านั้น
แต่ผลที่พบในความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม ผู้เรียนจำนวนมากจำอะไรได้มากขึ้น แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มใช้ตรงไหน บางคนรู้สึกว่าเนื้อหาท่วมเกินไป จนไม่เห็นภาพชัดว่าความรู้ส่วนไหนตอบโจทย์งานของตัวเอง บางคนตั้งใจเรียน แต่เมื่อกลับสู่หน้าที่จริง ก็เลือกทำแบบเดิมเพราะคุ้นเคยกว่า
ตรงกันข้าม หลักสูตรที่เน้นเพียงสามหรือสี่ประเด็นสำคัญ แต่ตอบตรงปัญหาของทีม กลับมีพลังมากกว่า เพราะผู้เรียนเห็นความเชื่อมโยงทันทีว่าควรนำไปใช้อย่างไร เหตุผลคือ การพัฒนาการทำงานไม่ได้เกิดจากการรู้เยอะขึ้น แต่เกิดจากการรู้เท่าที่จำเป็นต่อการเปลี่ยนพฤติกรรมจริง
“หลักสูตรการฝึกอบรมที่ดี ไม่ใช่คอร์สที่สอนทุกอย่าง แต่เป็นคอร์สที่สอนเฉพาะสิ่งที่เปลี่ยนผลงานได้จริง”
การสอนที่ตรงจุด เริ่มจากการเข้าใจบริบทของทีมอย่างลึกจริง
บริบทของการทำงานคือสิ่งที่กำหนดว่าหลักสูตรแบบไหนจะใช้ได้ผล หากไม่เข้าใจวัฒนธรรม วิธีสื่อสาร ความคาดหวัง และลักษณะงานจริง เนื้อหาที่สอนอาจไม่มีความหมายกับผู้เรียนเลย
บางทีมเจอปัญหาเรื่องการสื่อสาร แต่แท้จริงอาจเป็นปัญหาจากความคาดหวังที่ไม่ชัด บางทีมขาดความร่วมมือ แต่ต้นเหตุอาจมาจากระบบที่ไม่มีพื้นที่ให้ถกเถียง บางทีมทำงานช้า แต่สาเหตุอาจไม่ใช่ทักษะ แต่คือการจัดลำดับงานที่ไม่ตรงกัน
หากหลักสูตรไม่เข้าใจบริบทเหล่านี้ เนื้อหาที่สอนอาจกลายเป็นเพียงคำอธิบายที่ดี แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาใดได้จริง หลักสูตรการฝึกอบรมที่ตรงจุดจึงต้องเกิดจากการให้เวลาเข้าใจทีมก่อน เมื่อรู้ว่าปัญหาแท้จริงมาจากอะไร เนื้อหาที่เลือกจึงตรงกว่า ลึกกว่า และมีผลกับงานจริงมากกว่า
การสอนน้อยลง แต่แม่นยำขึ้น ทำให้ผู้เรียนกล้าลองใช้จริง
ผู้ใหญ่จะเรียนรู้ได้ดีที่สุดเมื่อรู้สึกว่าสิ่งที่เรียนตอบโจทย์สิ่งที่เขากังวลในงาน ถ้าเนื้อหาเยอะเกินไป เขาจะไม่รู้ว่าควรเริ่มจากจุดไหน แต่ถ้าเนื้อหาโฟกัสชัดเจน ผู้เรียนจะมองเห็นทันทีว่าสามารถนำไปใช้กับสถานการณ์อะไรในงานของตัวเองได้บ้าง
การสอนน้อยลงไม่ใช่การลดคุณค่า แต่เป็นการให้ผู้เรียนมีพื้นที่คิดมากขึ้น เชื่อมโยงมากขึ้น และลองผิดลองถูกได้จริง เมื่อผู้เรียนเห็นว่าทักษะที่ได้สามารถใช้แก้ปัญหาในงานได้ทันที ความมั่นใจจะเพิ่มขึ้น และการทดลองก็จะเกิดขึ้นต่อเนื่อง การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเกิดจากความสำเร็จเล็ก ๆ เหล่านี้ ไม่ใช่จากความรู้ปริมาณมาก
ความแม่นยำของหลักสูตรเกิดจากการแยก “อาการ” และ “สาเหตุ” ออกจากกัน
หลายองค์กรเทรนทักษะผิดจุด เพราะเข้าใจผิดว่าปัญหาที่เห็นคือปัญหาจริง แต่บ่อยครั้งสิ่งที่เห็นเป็นเพียงอาการที่เกิดขึ้นจากสาเหตุที่ลึกกว่า สื่อสารผิดพลาด อาจเกิดจากความคาดหวังไม่ตรง ความขัดแย้งระหว่างทีม อาจเกิดจากวิธีคิดที่ต่างกัน งานล่าช้า อาจเกิดจากการจัดลำดับความสำคัญที่ไม่ชัดเจน พนักงานไม่มั่นใจ อาจเกิดจากระบบ feedback ที่ไม่ต่อเนื่อง
ถ้าหลักสูตรไม่วิเคราะห์ให้ชัดเจนว่ากำลังแก้อะไร เนื้อหาที่สอนก็จะไม่ตรงเป้า แต่เมื่อแยกอาการและสาเหตุออกจากกันได้ เนื้อหาที่เหลืออยู่จะเป็นเนื้อหาที่เฉพาะเจาะจงกับ “สิ่งที่ควรแก้จริง ๆ” นั่นคือหลักสูตรที่แม่นยำ และความแม่นยำคือสิ่งที่ทำให้หลักสูตรมีพลังในการเปลี่ยนงานจริง
หัวหน้าคือคนกำหนดว่าหลักสูตรจะ “เกิดผล” หรือ “จบในห้องเรียน”
แม้หลักสูตรจะถูกออกแบบมาดีเพียงใด หากหัวหน้ายังใช้วิธีเดิม พฤติกรรมของทีมก็จะไม่เปลี่ยน หัวหน้าไม่จำเป็นต้องเรียนรู้ทั้งหมด แต่ต้องรู้ว่าทีมกำลังพยายามปรับอะไร และจะสนับสนุนพวกเขาอย่างไร
หากหัวหน้าพูดถึงสิ่งที่เรียน ถามถึงการนำไปใช้ หรือสร้างพื้นที่ให้ทีมลองปรับพฤติกรรมใหม่ ผลลัพธ์ในหน้างานจะเริ่มขยับอย่างเห็นได้ชัด แต่หากหัวหน้าไม่พูดถึงเลย ทีมจะรู้สึกว่า “ไม่จำเป็นต้องทำตามก็ได้”
หัวหน้าจึงเป็นคนที่ทำให้เนื้อหาของหลักสูตรกลายเป็นการเปลี่ยนแปลงจริง ไม่ใช่เพราะหัวหน้ามีความรู้มากที่สุด แต่เพราะหัวหน้าเป็นผู้กำหนดพฤติกรรมของทั้งทีมผ่านท่าทีของเขาเอง
หลักสูตรการฝึกอบรมที่ดี ทำให้ทีมพูดภาษาเดียวกัน
เมื่อผู้เรียนได้เรียนรู้ทักษะที่ตรงกับปัญหาจริง และหัวหน้าเองก็เข้าใจทิศทางเดียวกัน ทีมจะเริ่มพูดในภาษาที่สอดคล้องกัน เช่น
การตั้งคำถามเดียวกัน การมองปัญหาในมุมเดียวกัน การจัดลำดับงานด้วยเกณฑ์เดียวกัน การมีภาษาเดียวกันทำให้ทีมสื่อสารง่ายขึ้น ลดความคลาดเคลื่อน ลดการตีความผิด และทำให้ทำงานร่วมกันได้เร็วขึ้น
นี่คือผลลัพธ์ของหลักสูตรการฝึกอบรมที่ดี ไม่ใช่เพียงแค่ทำให้พนักงานเก่งขึ้น แต่ทำให้ทั้งทีมเคลื่อนที่เป็นจังหวะเดียวกัน
สุดท้าย หลักสูตรการฝึกอบรมที่แม่นยำ คือหลักสูตรที่ช่วยให้ทีม “ทำงานได้ดีขึ้นจริง”
ไม่ว่าหลักสูตรจะสอนมากหรือน้อย สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ผู้เรียนมองเห็นว่าพฤติกรรมใดต้องปรับ หัวหน้ารู้ว่าต้องสนับสนุนอย่างไร และทีมมีภาษากลางร่วมกัน
เมื่อเนื้อหาตรงจุด พฤติกรรมจะปรับง่ายขึ้น เมื่อพฤติกรรมปรับ ผลลัพธ์จะเริ่มขยับ และเมื่อผลลัพธ์ขยับ องค์กรจะรู้สึกถึงความคุ้มค่าของการลงทุนในการฝึกอบรมจริง ๆ
“หลักสูตรที่ดีไม่ได้เปลี่ยนทุกอย่าง แต่เปลี่ยนสิ่งที่สำคัญที่สุดให้ได้ก่อน”
หากองค์กรของคุณต้องการหลักสูตรการฝึกอบรมที่ออกแบบอย่างแม่นยำ ตรงปัญหา และสร้างการเปลี่ยนแปลงที่สอดคล้องกับงานจริง The Blacksmith พร้อมช่วยวิเคราะห์บริบทและออกแบบโปรแกรมเฉพาะสำหรับทีมของคุณ คลิกลงทะเบียน


