The Blacksmith_PRTR_หลักสูตรการฝึกอบรม

หลักสูตรการฝึกอบรม ที่ดี ต้องเริ่มจากการเปลี่ยนมุมมอง ก่อนเปลี่ยนทักษะ

ทำไมหลายหลักสูตรให้ความรู้มากขึ้น แต่ผลลัพธ์กลับไม่เปลี่ยน

หลายองค์กรลงทุนกับหลักสูตรการฝึกอบรมจำนวนมาก หวังว่าจะพัฒนาทักษะของพนักงานให้แข็งแรงขึ้น แต่เมื่อเวลาผ่านไป พฤติกรรมเดิมยังคงอยู่ วิธีคิดเดิมยังไม่เปลี่ยน และปัญหาเดิมก็กลับมาอีกครั้ง

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ทำให้เห็นชัดว่า การเพิ่มความรู้ไม่ได้ทำให้เกิดการพัฒนาเสมอไป ทักษะใหม่ไม่สามารถเติบโตบนกรอบคิดเก่าได้ หากพนักงานยังมองปัญหาแบบเดิม ทำงานแบบเดิม หรือเชื่อในวิธีเดิม การให้ทักษะใหม่ก็เหมือนการเติมน้ำลงในภาชนะที่มีรูรั่ว

สุดท้าย น้ำก็ไหลหายไป เหมือนความรู้ที่ถูกทิ้งไว้ในห้องอบรม หลายครั้งหัวใจของการพัฒนาไม่ได้อยู่ที่เนื้อหาที่สอน แต่อยู่ที่การเปลี่ยน “วิธีคิดของผู้เรียน” ก่อนที่เขาจะเรียนรู้ทักษะใหม่ด้วยซ้ำ

เพราะมุมมองคือสิ่งที่กำหนดพฤติกรรม และพฤติกรรมคือสิ่งที่กำหนดผลลัพธ์ของงาน

มุมมองที่เปลี่ยน จะทำให้การเรียนรู้ลึกขึ้นกว่าการท่องจำ

ทักษะจำนวนมากมาพร้อมกับข้อจำกัดของผู้เรียนเอง เช่น ความกลัว ความไม่มั่นใจ ความคุ้นเคยกับวิธีเดิม หรือความรู้สึกว่าตัวเอง “ทำแบบนี้มาตลอดและมันก็พอใช้ได้”

สิ่งเหล่านี้คือกำแพงที่ขวางการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ ถ้ากำแพงนี้ยังอยู่ การสอนทักษะใหม่ก็แทบไม่มีผล เพราะผู้เรียนอาจเข้าใจ แต่ไม่เปิดใจพอที่จะลองทำ

อาจจำได้ แต่ไม่เชื่อว่าต้องเปลี่ยน อาจตั้งใจเรียน แต่ยังรู้สึกว่าวิธีเดิมปลอดภัยกว่า

นี่คือเหตุผลว่าทำไมหลักสูตรการฝึกอบรมที่ดี ต้องเริ่มจากการพาผู้เรียนสำรวจวิธีคิดของตนเองก่อน เมื่อเขาเห็นปัญหาที่มาจากกรอบคิดเดิม เขาจะยอมรับเองว่าการเปลี่ยนคือสิ่งจำเป็น เมื่อมุมมองเปิด การเรียนรู้จะซึมลึกกว่าการท่องจำ และทักษะใหม่จึงเริ่มมีโอกาสเติบโตจริง

หลายครั้งเราไม่ได้ขาดทักษะ แต่ขาดมุมมองที่ช่วยให้ใช้ทักษะได้ถูกทาง

การทำงานจริงเต็มไปด้วยสถานการณ์ที่ไม่ชัดเจน เช่น การสื่อสารที่คลาดเคลื่อน การทำงานร่วมกันที่ไม่ไหลลื่น ความคาดหวังที่ไม่ตรงกัน ความกดดันที่ทำให้คนระแวงกัน

สถานการณ์เหล่านี้ไม่ได้แก้ด้วยทักษะแค่รายการเดียว แต่ต้องอาศัย “วิธีมองปัญหา” ที่ถูกต้องก่อน เพราะถ้ามองปัญหาผิด ทักษะที่มีอยู่ก็จะถูกใช้ผิดวิธี

ตัวอย่างเช่น ถ้าคิดว่าปัญหาเกิดจากคนไม่รับผิดชอบ วิธีแก้จะกลายเป็นการกดดัน แต่ถ้ามองว่าปัญหาเกิดจากความคาดหวังไม่ชัด วิธีแก้จะเปลี่ยนเป็นการสื่อสารให้ตรง หรือถ้ามองว่าปัญหาเกิดจากนิสัย วิธีแก้จะไปเน้นอารมณ์ แต่ถ้ามองว่าเกิดจากกระบวนการ วิธีแก้จะไปเน้นระบบ

นี่คือความต่างระหว่าง “การมีทักษะ” และ “การใช้ทักษะอย่างถูกทาง” และความต่างนี้เกิดจากมุมมอง ไม่ใช่ความรู้

หลักสูตรการฝึกอบรมที่ดี ต้องพาผู้เรียนเห็นภาพของตัวเองในงานจริง

การเรียนรู้ของผู้ใหญ่จะลึกที่สุด เมื่อเขาเห็นตัวเองในเนื้อหาที่กำลังเรียน ถ้าหลักสูตรยังพูดถึงสถานการณ์ที่ไกลตัวเกินไป ผู้เรียนจะรู้สึกว่าเป็น “ความรู้ของคนอื่น” ไม่ใช่ของตัวเอง

แต่เมื่อเนื้อหาสะท้อนสถานการณ์จริงที่พวกเขาพบเจอ เช่น ความไม่เข้าใจของทีม ความเร็วของงาน ความคาดหวังจากหัวหน้า หรือแรงกดดันจากลูกค้า ความสนใจจะเพิ่มขึ้นทันที เพราะผู้เรียนเริ่มตั้งคำถามว่า สิ่งที่ฉันทำอยู่ทำให้ปัญหานี้หนักขึ้นหรือง่ายลง

ถ้าฉันปรับวิธีคิดอย่างนี้ จะทำให้งานดีขึ้นไหม สิ่งที่เรียนสามารถปรับใช้ได้กับงานวันนี้หรือไม่ การฝึกอบรมที่เกี่ยวข้องกับประสบการณ์จริง จะทำให้ผู้เรียนเกิดความรับผิดชอบต่อการเปลี่ยนแปลงของตัวเองมากขึ้น

“เมื่อผู้เรียนเห็นความเชื่อมโยงระหว่างสิ่งที่เรียนกับสิ่งที่เขาทำอยู่ทุกวัน การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นโดยไม่ต้องบังคับ”

หัวหน้าคือผู้เร่งหรือชะลอผลลัพธ์ของหลักสูตรการฝึกอบรม

แม้เนื้อหาจะดี แต่ถ้าหัวหน้ายังทำสิ่งเดิม ผลลัพธ์ของการฝึกอบรมจะไม่คืบหน้า พนักงานอาจต้องการปรับทักษะ แต่จะลังเลทันทีหากหัวหน้าไม่แสดงท่าทีว่าการเรียนรู้นั้นสำคัญ

หัวหน้าคือบรรยากาศของทีม และคือคนที่กำหนดว่าความรู้ใหม่จะถูกใช้หรือถูกทิ้ง เมื่อหัวหน้าสนับสนุน เช่น ถามถึงสิ่งที่เรียน ชวนทีมลองใช้แนวคิดใหม่ หรือเปิดโอกาสให้สะท้อนหลังทดลอง พฤติกรรมของทีมจะขยับอย่างเห็นได้ชัด

แต่หากหัวหน้ายังทำงานแบบเดิม ทั้งทีมจะกลับไปอยู่ในรูปแบบเดิมอย่างรวดเร็ว หลักสูตรการฝึกอบรมที่มีพลัง จึงไม่ใช่คอร์สที่สอนพนักงานเท่านั้น แต่ต้องเป็นคอร์สที่ช่วยให้หัวหน้าเข้าใจบทบาทของตัวเองในกระบวนการเปลี่ยนแปลงด้วย

การเปลี่ยนมุมมองนำไปสู่พฤติกรรมใหม่ และพฤติกรรมใหม่ทำให้ผลลัพธ์เปลี่ยน

เมื่อผู้เรียนเริ่มมองปัญหาต่างออกไป วิธีรับมือของเขาก็จะต่างออกไปด้วย เขาจะเริ่มตั้งคำถามมากขึ้น ฟังมากขึ้น และมองหาข้อมูลที่ลึกขึ้น

เขาจะเริ่มแยกอารมณ์ออกจากข้อเท็จจริง และไม่รีบตัดสินปัญหาเร็วเกินไป เขาจะมองความร่วมมือเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ใช่ภาระ เขาจะเริ่มเห็นว่าการแก้ปัญหาที่ดี ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเก่งเพียงลำพัง แต่ขึ้นอยู่กับความเข้าใจบริบทของทั้งทีม

นี่คือผลลัพธ์ของหลักสูตรการฝึกอบรมที่เริ่มต้นจากการเปลี่ยนมุมมอง พฤติกรรมใหม่จะค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น และเมื่อนิสัยการทำงานใหม่เกิดขึ้น ผลลัพธ์ในงานก็จะเปลี่ยนไปอย่างเป็นธรรมชาติ

สุดท้าย หลักสูตรการฝึกอบรมต้องช่วยให้คนเห็นความจริงของตัวเอง

การพัฒนาที่ยั่งยืนไม่ได้เกิดจากการมีความรู้มากที่สุด แต่เกิดจากการยอมรับความเป็นจริงของตัวเองให้ได้

เมื่อผู้เรียนรู้สึกว่า “สิ่งนี้คือสิ่งที่ฉันต้องปรับจริง ๆ” เขาจะมีพลังในการเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเอง ความตั้งใจนี้ต่างหากที่ทำให้หลักสูตรการฝึกอบรมได้ผล

“หลักสูตรที่ดีไม่ใช่การเพิ่มสิ่งใหม่ให้ผู้เรียน แต่คือการทำให้ผู้เรียนเห็นสิ่งที่ควรปรับตั้งแต่แรก”

หากองค์กรของคุณต้องการหลักสูตรการฝึกอบรมที่เริ่มจากการเปลี่ยนมุมมอง และนำไปสู่การเปลี่ยนพฤติกรรมในงานจริง The Blacksmith พร้อมออกแบบโปรแกรมที่ตอบโจทย์ปัญหาเฉพาะของทีมคุณอย่างแท้จริง คลิกลงทะเบียน

Scroll to Top