ทำไมเทรนนิ่งหลายครั้งทำให้คนรู้มากขึ้น แต่ไม่ได้ทำให้ทีมทำงานดีขึ้น
หลายองค์กรจัดเทรนนิ่งพนักงานเป็นประจำ แต่ผลลัพธ์ในงานจริงกลับไม่ดีขึ้นเท่าที่คาดหวัง ปัญหาซ้ำเดิมยังเกิดขึ้น ความคลาดเคลื่อนยังคงอยู่ ความเข้าใจผิดยังวนกลับมาเหมือนเดิม แม้ผู้เรียนจะบอกว่า “เนื้อหาดีมาก”
สาเหตุไม่ได้อยู่ที่คุณภาพของวิทยากรหรือกิจกรรมในคลาส แต่เกิดจากจุดอ่อนสำคัญของการเทรนนิ่งแบบเดิม นั่นคือ การให้ความรู้มากกว่าการปรับวิธีคิด
เมื่อพนักงานเข้าใจทักษะ แต่ยังคิดแบบเดิม พฤติกรรมก็จะยังเป็นแบบเดิม แต่เมื่อพนักงานเปลี่ยนวิธีคิด แม้ทักษะจะยังไม่สมบูรณ์ พวกเขาก็จะเริ่มปรับพฤติกรรมให้ใหม่ขึ้นทันที
การเปลี่ยนความคิดเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนพฤติกรรม แต่เทรนนิ่งจำนวนมากยังไม่แตะจุดนี้
การทำงานวันนี้ต้องการการคิด ไม่ใช่ทำตามขั้นตอน
หลายคนถูกฝึกให้ทำงานตามคู่มือ เพราะเชื่อว่าวิธีที่ถูกต้องคือวิธีที่มีคนบอก แต่การทำงานจริงเต็มไปด้วยความไม่ชัดเจน ข้อมูลไม่ครบ สถานการณ์ไม่คงที่ ความคาดหวังเปลี่ยนเร็ว งานต้องตัดสินใจมากกว่าทำตาม
เมื่อคนถูกเทรนให้ทำตามขั้นตอนอย่างเดียว พวกเขาจะไม่มีความมั่นใจพอเมื่อสถานการณ์ไม่ตรงกับตัวอย่างในคลาส นี่คือสาเหตุที่คนจำนวนมากรู้ทักษะแต่ทำงานแบบเดิม เพราะวิธีคิดยังตั้งอยู่บนการรอคำตอบที่ชัดเจนเสมอ
เทรนนิ่งพนักงานที่ได้ผลต้องทำให้ผู้เรียนคิดเป็นก่อน คิดเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ คิดเพื่อหาต้นเหตุ คิดเพื่อมองภาพรวม คิดเพื่อเลือกสิ่งที่สำคัญ และคิดเพื่อจัดลำดับงานที่เหมาะสมกับข้อจำกัดของเวลาและทรัพยากร เมื่อวิธีคิดคมขึ้น การทำงานในทุกด้านจะเปลี่ยนตาม
พนักงานจะไม่ปรับพฤติกรรม หากไม่เห็นว่าปัญหาเริ่มจาก “วิธีคิดของตัวเอง”
มนุษย์เรียนรู้ลึกที่สุดเมื่อรู้สึกว่าสิ่งที่เรียนเชื่อมกับตัวเอง ถ้าเทรนนิ่งเพียงบอกว่า “ควรทำอย่างไร” ผู้เรียนจะรู้สึกว่านั่นคือสิ่งที่ถูกต้อง แต่เป็นสิ่งที่อยู่ข้างนอกตัวเอง แต่เมื่อเทรนนิ่งทำให้ผู้เรียนเห็นว่า ความคลาดเคลื่อนเกิดจากวิธีรับฟังของเขา ความกดดันเกิดจากวิธีคาดหวังของเขา ความผิดพลาดเกิดจากวิธีตัดสินใจของเขา ความขัดแย้งเกิดจากวิธีตีความที่ต่างกัน
ความรับผิดชอบต่อการเปลี่ยนแปลงจะเริ่มเกิดขึ้นทันที ไม่มีอะไรทรงพลังเท่าการที่ผู้เรียนพูดกับตัวเองว่า “นี่คือสิ่งที่ฉันต้องปรับ ไม่ใช่คนอื่นต้องเปลี่ยน” นี่คือจุดพลิกผันของการพัฒนาที่แท้จริง
การปรับวิธีคิดทำให้พนักงานเรียนรู้เร็วขึ้นและลึกขึ้น
เมื่อผู้เรียนเปิดใจ พวกเขาจะเริ่มเชื่อมโยงเนื้อหาเข้ากับสถานการณ์ของตัวเอง จะเริ่มสังเกตว่าในงานจริงมีจังหวะไหนที่ต้องฟังมากขึ้น จะเริ่มมองเห็นความคาดหวังที่ไม่ชัดเจนซ่อนอยู่
จะเริ่มเข้าใจว่าความผิดพลาดหลายอย่างเกิดจากข้อมูลที่ไม่ครบ และจะเริ่มตั้งคำถามที่ช่วยให้ทีมมองเห็นปัญหาชัดขึ้น มากกว่าการจำสิ่งที่วิทยากรบอก พวกเขาจะเริ่ม “คิดต่อยอด” จากสิ่งที่เรียน
นี่คือสัญญาณว่าการเรียนรู้เริ่มออกดอก และการเปลี่ยนพฤติกรรมจะตามมาอย่างเป็นธรรมชาติ
เทรนนิ่งพนักงานต้องทำงานร่วมกับหัวหน้า ไม่ใช่แยกส่วน
เมื่อพนักงานพยายามเปลี่ยน แต่หัวหน้ายังคงวิธีทำงานแบบเดิม พฤติกรรมใหม่จะไม่เกิด หัวหน้าที่ขัดจังหวะระหว่างการฟัง หัวหน้าที่เร่งงานโดยไม่ถามข้อมูล หัวหน้าที่ตัดสินใจเร็วเกินไป หัวหน้าที่ตำหนิเพราะคิดว่าคนไม่ใส่ใจ ทั้งที่ข้อมูลไม่ครบ
ทั้งหมดนี้ทำให้สิ่งที่เรียนในเทรนนิ่งถูกกลืนหายทันที หัวหน้าคือผู้กำหนดบรรยากาศของทีม ถ้าหัวหน้าไม่สนับสนุน ภายในหนึ่งสัปดาห์ ผู้เรียนจะหมดแรงในการปรับพฤติกรรม แต่ถ้าหัวหน้าถาม ชวนคิด ชวนเชื่อมโยง ชวนสะท้อน และยอมให้ลอง สิ่งที่เรียนจะมีชีวิตจริงในงานทันที
นี่คือเหตุผลที่การเทรนนิ่งพนักงานควรทำให้หัวหน้าเข้าใจมุมมองเดียวกันกับทีม เพราะหัวหน้าเป็นคนที่ทำให้เนื้อหากลายเป็นพฤติกรรมจริง
เทรนนิ่งพนักงานต้องทำงานร่วมกับหัวหน้า ไม่ใช่แยกส่วน
การทำงานจริงไม่ได้ต้องการคำตอบสำเร็จรูป แต่ต้องการการตั้งคำถามที่ถูก คำถามที่ทำให้เห็นต้นเหตุ คำถามที่ทำให้เข้าใจข้อมูล คำถามที่ทำให้การสื่อสารชัดขึ้น คำถามที่ทำให้ทีมรู้ว่าต้องเริ่มตรงไหนก่อน
เมื่อผู้เรียนตั้งคำถามได้ดี การทำงานของทีมจะเริ่มเปลี่ยน ไม่แก้ปัญหาแบบเฉพาะหน้าอีกต่อไป ไม่มองแค่สิ่งที่อยู่ตรงหน้า แต่เริ่มเห็นภาพใหญ่ ไม่รีบสรุปโดยไม่มีข้อมูล และไม่ทำงานแบบเดา นี่คือผลลัพธ์ที่สำคัญที่สุดของเทรนนิ่งพนักงานยุคใหม่
สุดท้าย การเทรนนิ่งพนักงานจะได้ผล เมื่อทำให้คน “คิดต่างจากเดิมก่อนจะทำต่างจากเดิม”
การเปลี่ยนทักษะต้องใช้เวลา แต่การเปลี่ยนวิธีคิดสามารถเริ่มได้ทันที เมื่อผู้เรียนคิดต่างจากเดิม เขาจะเริ่มฟังแบบใหม่ สื่อสารแบบใหม่ จัดลำดับงานแบบใหม่ และตัดสินใจแบบใหม่
การเปลี่ยนเล็ก ๆ เหล่านี้ เมื่อสะสม จะกลายเป็นพฤติกรรมใหม่ของทั้งทีม นี่คือผลลัพธ์ที่แท้จริงของเทรนนิ่งพนักงานที่ออกแบบอย่างถูกวิธี
“การพัฒนาที่แท้จริงเริ่มจากความคิด ไม่ใช่จากสไลด์ที่สอน”
หากองค์กรของคุณต้องการเทรนนิ่งพนักงานที่เน้นการเปลี่ยนวิธีคิดและทำให้พฤติกรรมใหม่เกิดขึ้นจริงในงาน The Blacksmith พร้อมออกแบบโปรแกรมที่ตอบโจทย์บริบทของทีมคุณอย่างลึกซึ้ง คลิกลงทะเบียน


