The Blacksmith_PRTR_เทรนนิ่งพนักงาน

เทรนนิ่งพนักงาน จะได้ผล เมื่อสร้างแรงอยากเรียน ไม่ใช่บังคับให้เรียน

ทำไมหลายคอร์สเทรนจึงไม่เปลี่ยนพฤติกรรม แม้เนื้อหาจะดี

หลายองค์กรพบปัญหาเดียวกันคือ เทรนไปมากแต่ผลงานไม่ขยับ พนักงานเข้าอบรมตามกำหนด แต่ไม่ได้นำสิ่งที่เรียนไปใช้จริง ทั้งที่เนื้อหาก็คุณภาพดี วิทยากรมีฝีมือ แต่ผลลัพธ์กลับหายไปทันทีเมื่อกลับสู่หน้างาน

สาเหตุหนึ่งเกิดจาก “แรงผลักดันภายนอก” ที่บังคับให้เรียน มากกว่า “แรงดึงภายใน” ที่ทำให้คนอยากเรียนเอง เมื่อพนักงานเข้าอบรมเพราะจำเป็นต้องเข้า ไม่ได้เข้าเพราะอยากพัฒนา การเรียนรู้ที่เกิดขึ้นจะผิวเผิน ไม่ลึก และไม่ยั่งยืน

พวกเขาจะจำสิ่งที่เรียน แต่ไม่รู้สึกว่าจำเป็นต้องนำไปใช้ แต่เมื่อการเรียนรู้เกิดจากแรงขับภายใน พนักงานจะเชื่อมสิ่งที่เรียนกับชีวิตทำงานของตัวเองทันที และมองเห็นโอกาสในการปรับใช้มากกว่าแค่รับฟัง

“การเทรนนิ่งพนักงานที่ได้ผล ไม่ได้เริ่มจากคอร์สที่ดีที่สุด แต่เริ่มจากแรงอยากเรียนของผู้เรียนเอง”

แรงอยากเรียนเกิดขึ้นเมื่อพนักงานรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร

การเรียนรู้ของผู้ใหญ่เกิดขึ้นเมื่อเขาเห็น “ช่องว่าง” ระหว่างสิ่งที่ทำได้ และสิ่งที่อยากทำให้ได้ ถ้าพนักงานไม่รู้ว่าตัวเองขาดทักษะอะไร หรือไม่เห็นผลเสียจากการไม่พัฒนา การเทรนจะไม่สามารถกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้

หลายครั้งปัญหาไม่ใช่พนักงานไม่อยากเรียน แต่คือพวกเขาไม่เข้าใจว่าการเรียนจะช่วยให้ชีวิตทำงานง่ายขึ้นอย่างไร เมื่อไม่มีภาพเชื่อมโยงระหว่าง “ทักษะใหม่” กับ “งานจริง” การเทรนจะกลายเป็นเพียงกิจกรรมที่ต้องทำให้ครบ

แรงอยากเรียนจึงเกิดขึ้นเมื่อพนักงานเห็นปัญหาของตัวเองชัดขึ้น เห็นว่าอะไรทำให้ทำงานติดขัด และเห็นว่าคอร์สที่เรียนจะช่วยแก้ปัญหาของเขาได้จริง แรงอยากเรียนจึงเกิดขึ้นเมื่อพนักงานเห็นปัญหาของตัวเองชัดขึ้น เห็นว่าอะไรทำให้ทำงานติดขัด และเห็นว่าคอร์สที่เรียนจะช่วยแก้ปัญหาของเขาได้จริง เมื่อพนักงานเห็นเป้าหมายของตัวเอง การเรียนรู้จะไม่ต้องถูกผลัก แต่จะถูกดึงเข้าหา

เทรนนิ่งพนักงานจะไม่เกิดผล หากเนื้อหาไม่แตะปัญหาจริงของแต่ละทีม

เนื้อหาที่ดีต้องสอดคล้องกับสถานการณ์จริง ไม่ใช่ลอยอยู่เหนือหน้างาน หลายองค์กรเลือกคอร์สจากชื่อเรื่องหรือเนื้อหาที่กำลังเป็นกระแส ทั้งที่ไม่ได้สอดคล้องกับสิ่งที่พนักงานกำลังเจออยู่ พนักงานจะไม่เห็นคุณค่าของสิ่งที่เรียน หากไม่ได้ใช้กับปัญหาที่ต้องเผชิญทุกวัน การเทรนเพื่อให้เกิดผลจริง จึงต้องเริ่มจากการฟังปัญหาของหน้างานอย่างละเอียด

บางทีมติดขัดเพราะการสื่อสาร

บางทีมติดเพราะระบบไม่ชัด

บางทีมติดเพราะไม่เข้าใจความคาดหวังของหัวหน้า

บางทีมติดจากรูปแบบความร่วมมือที่ไม่สอดคล้องกัน

เมื่อเนื้อหาสะท้อนบริบทของทีม ผู้เรียนจะเกิดแรงอยากเรียนทันที เพราะรู้สึกว่าสิ่งที่เรียนช่วยให้พวกเขาใช้ชีวิตการทำงานได้ดีขึ้น

“ความเกี่ยวข้องของเนื้อหา คือเชื้อเพลิงของแรงอยากเรียนรู้”

บทบาทของหัวหน้าคือกุญแจสำคัญที่กำหนดว่าการเทรนจะได้ผลหรือไม่

หัวหน้าเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในระบบเทรนนิ่งขององค์กร แม้เนื้อหาจะดีเพียงใด หากหัวหน้าไม่ได้สนับสนุน หรือไม่ได้เป็นผู้เรียนด้วยตนเอง แรงอยากเรียนของทีมจะลดลงทันที

พนักงานจะตั้งคำถามเสมอว่า “หัวหน้าเห็นว่าการเรียนรู้สำคัญจริงไหม” ถ้าหัวหน้ามีท่าทีว่าเป็นเพียงกิจกรรมที่ต้องทำ ทีมจะเข้าไปเรียนด้วยความรู้สึกเดียวกัน แต่ถ้าหัวหน้าแสดงให้เห็นว่าการเรียนรู้ช่วยให้ทีมทำงานง่ายขึ้น ช่วยลดความผิดพลาด และช่วยสร้างบรรยากาศที่ดี พนักงานจะเปิดใจมากขึ้น

ผู้นำที่กระตุ้นให้ทีมอยากเรียนรู้ ไม่จำเป็นต้องเก่งกว่าใคร แต่ต้องพร้อมเรียนรู้ไปด้วยกัน ความตั้งใจของหัวหน้านี้เอง ที่ทำให้บรรยากาศของการพัฒนากลายเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ใช่เรื่องที่ต้องทำตามคำสั่ง

การให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการออกแบบการเรียนรู้ ทำให้แรงอยากเรียนเพิ่มขึ้น

เทรนนิ่งพนักงานจะได้ผลมากขึ้นเมื่อผู้เรียนรู้สึกว่ามีส่วนร่วม การถามความต้องการ การฟังประสบการณ์ การชวนให้สะท้อนปัญหา และการเปิดโอกาสให้ตั้งคำถาม ช่วยให้ผู้เรียนรู้สึกว่าเนื้อหาถูกออกแบบมาสำหรับพวกเขาจริง ๆ

เมื่อผู้เรียนรู้สึกเป็นเจ้าของการเรียนรู้ พวกเขาจะมีแรงผลักดันภายในอย่างชัดเจน การเรียนรู้จึงเปลี่ยนจากสิ่งที่ต้องทำ เป็นสิ่งที่อยากทำ นี่คือหัวใจของการเทรนนิ่งพนักงานที่ยั่งยืน

เพราะแรงอยากเรียนที่เกิดจากภายใน จะขับเคลื่อนพฤติกรรมได้ลึกกว่าแรงบังคับภายนอกเสมอ

สุดท้าย เทรนนิ่งพนักงานที่ได้ผล คือการทำให้พนักงานเชื่อว่า “สิ่งนี้ตอบโจทย์ชีวิตการทำงานจริงของฉัน”

ไม่ว่าจะเป็นทักษะสื่อสาร การทำงานเป็นทีม การคิดวิเคราะห์ หรือการแก้ปัญหา พนักงานจะนำไปใช้จริงก็ต่อเมื่อเขาเห็นว่า มันช่วยให้ทำงานง่ายขึ้น

– ช่วยลดความเครียด

– ช่วยลดความขัดแย้ง

– ช่วยให้สื่อสารได้ดีขึ้น

หรือช่วยให้ผลลัพธ์ของงานดีขึ้นอย่างชัดเจน

เมื่อพนักงานเชื่อมโยงการเรียนรู้กับสิ่งที่เขาต้องการพัฒนาในชีวิตการทำงาน การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นโดยไม่ต้องสั่ง แรงอยากเรียนรู้ที่มาจากภายในคือพลังที่สำคัญที่สุดในการสร้างทีมที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

“เทรนนิ่งพนักงานที่ทรงพลังที่สุด ไม่ได้สอนเยอะที่สุด แต่คือคอร์สที่ทำให้ผู้เรียนอยากนำไปใช้ด้วยตัวเอง”

หากองค์กรของคุณต้องการออกแบบเทรนนิ่งพนักงานที่สร้างแรงอยากเรียนรู้ และนำไปสู่การเปลี่ยนพฤติกรรมจริง The Blacksmith พร้อมช่วยวิเคราะห์บริบททีมและออกแบบหลักสูตรให้เหมาะกับความต้องการเฉพาะขององค์กรคุณ คลิกลงทะเบียน

Scroll to Top