The Blacksmith_PRTR_เทรนนิ่งพนักงาน

เทรนนิ่งพนักงาน จะเกิดผล เมื่อหัวหน้าเป็น “ผู้เรียนร่วม” ไม่ใช่ผู้สั่งให้เรียน

ทำไมหลายคอร์สเทรนนิ่งไม่เปลี่ยนอะไร เพราะคนที่ต้องเปลี่ยนไม่ได้เรียนด้วย

หลายองค์กรจัดเทรนนิ่งพนักงานอย่างสม่ำเสมอ แต่ผลงานกลับคงที่ ทีมยังสื่อสารผิดพลาดแบบเดิม ความร่วมมือยังติดขัด และบรรยากาศการทำงานก็ไม่ดีขึ้นเท่าไร

สาเหตุไม่ได้อยู่ที่พนักงานไม่เปิดใจเรียนรู้ และไม่ได้อยู่ที่คอร์สไม่มีคุณภาพ แต่หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ถูกมองข้ามเสมอคือ “หัวหน้าไม่ได้เรียนรู้ไปกับทีม”

เมื่อหัวหน้าไม่เข้าอบรมด้วย การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในทีมจะถูกจำกัดทันที เพราะแม้พนักงานอยากลองปรับพฤติกรรมใหม่ แต่ก็ต้องกลับไปทำงานกับระบบเดิม วิธีสื่อสารเดิม และความคาดหวังเดิมที่หัวหน้ายังไม่ได้ปรับตาม

ผลลัพธ์คือความตั้งใจของพนักงานถูกกลืนหายไปอย่างรวดเร็ว การเทรนนิ่งพนักงานจะไม่มีทางได้ผล ถ้าการเปลี่ยนพฤติกรรมเกิดขึ้นเพียงด้านเดียว

หัวหน้าคือคนที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของทีมมากที่สุด

พนักงานเรียนรู้อะไรในคอร์สก็สำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่า คือพวกเขาจะทำอะไรหลังจบคลาส

หากหัวหน้าไม่สะท้อนหรือไม่พูดถึงสิ่งที่ทีมเรียนมา พนักงานจะรู้สึกว่าสิ่งนั้นไม่สำคัญ

หากหัวหน้ายังคงใช้วิธีเดิม เช่น สื่อสารแบบเดิม ตัดสินใจแบบเดิม หรือจัดการความผิดพลาดแบบเดิม พนักงานจะกลับไปทำงานเหมือนก่อนอบรมโดยอัตโนมัติ

เพราะในโลกจริง พนักงานเรียนรู้จาก “บริบทของทีม” มากกว่า “เนื้อหาในห้องเรียน” หัวหน้าจึงเป็นผู้กำหนดว่าการเทรนจะกลายเป็นแค่กิจกรรม หรือจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง

เมื่อหัวหน้าเป็นผู้เรียนร่วม เขากำลังส่งสัญญาณให้ทีมว่า “สิ่งนี้สำคัญต่อเราทุกคน” สัญญาณเล็ก ๆ แบบนี้มีพลังมากกว่าคำสั่งใด ๆ

การเรียนรู้ร่วมกันทำให้ทีมเห็นทิศทางเดียวกัน

ในหลายคอร์สเทรนนิ่ง พนักงานเข้าใจสิ่งใหม่เกิดขึ้น แต่ไม่สามารถนำไปใช้ได้ทันที เพราะหัวหน้าไม่ได้เข้าใจบริบทเดียวกัน

ทีมหนึ่งอาจต้องการสื่อสารแบบเปิดมากขึ้น แต่หัวหน้ายังยึดกับการสื่อสารแบบสั่งงาน

ทีมหนึ่งอาจต้องการทำงานเชิงรุกมากขึ้น แต่หัวหน้ายังให้ความสำคัญกับการควบคุมมากกว่า

เมื่อหัวหน้าไม่ได้อยู่ในห้องเรียนเดียวกัน เขาจะไม่รู้ว่าตัวเองต้องสนับสนุนอย่างไร หรือทีมต้องการปรับอะไรเป็นพิเศษ ผลคือพนักงานพยายามปรับ แต่ไม่เห็นแรงสนับสนุนจากหัวหน้า ทำให้ความตั้งใจจางลง

แต่เมื่อหัวหน้าเรียนรู้ร่วมกัน เขาจะเข้าใจทันทีว่าทีมกำลังตั้งใจเปลี่ยนอะไร และต้องการการสนับสนุนแบบไหน การเรียนรู้ร่วมกันทำให้ทุกคนเดินไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ใช่เดินคนละทาง

หัวหน้าที่เป็นผู้เรียนร่วม คือหัวหน้าที่เป็นต้นแบบของการพัฒนา

ในหลายองค์กร ความสัมพันธ์ระหว่างหัวหน้าและลูกน้องมีอิทธิพลต่อบรรยากาศการเรียนรู้มากกว่าที่คิด พนักงานจะไม่อยากเปิดใจเรียนรู้หรือทดลองสิ่งใหม่ หากเห็นว่าหัวหน้าไม่เคยทำเช่นนั้น แต่พนักงานจะเปิดใจทันที หากเห็นว่าหัวหน้าเองก็พร้อมเรียนรู้ไปด้วย

หัวหน้าที่เป็นผู้เรียนร่วมไม่ใช่หัวหน้าที่ต้องเก่งที่สุดในห้อง แต่คือหัวหน้าที่กล้ายอมรับว่าตัวเองยังมีสิ่งที่ต้องพัฒนา ทัศนคติแบบนี้สร้างความไว้วางใจ ทำให้ทีมรู้สึกปลอดภัยที่จะลองผิดลองถูก และเปิดพื้นที่ให้มีการสนทนาที่จริงใจเกี่ยวกับจุดอ่อน จุดแข็ง และการทำงานร่วมกัน ผู้นำที่เรียนรู้ร่วมกับทีมจึงเป็นผู้นำที่ทำให้ทีมรู้สึกว่า “การพัฒนาเป็นเรื่องธรรมชาติ ไม่ใช่เรื่องที่ต้องระมัดระวัง”

การเทรนจะไม่สูญเปล่า หากหัวหน้าช่วยต่อยอดหลังคลาส

การเรียนรู้ที่เกิดขึ้นในคอร์สจะเริ่มแสดงผลจริง เมื่อหัวหน้าเป็นคนช่วยดึงสิ่งที่เรียนไปใช้ในหน้างาน

หัวหน้าไม่จำเป็นต้องจัดระบบใหญ่โต เพียงแค่ถามว่ามีสิ่งไหนที่อยากลองปรับ หรือชวนทีมสะท้อนว่าสิ่งที่เรียนช่วยงานตรงไหนบ้าง หรือแม้แต่ชื่นชมพฤติกรรมเล็ก ๆ ที่สะท้อนการนำสิ่งที่เรียนไปใช้

สิ่งเล็ก ๆ เหล่านี้ช่วยให้ความรู้ไม่จางหาย และถูกนำมาเชื่อมกับงานจริง หัวหน้ากลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่ช่วยให้การเรียนรู้ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นนิสัยการทำงานใหม่ หลายครั้งหัวหน้าเพียงบทบาทเดียวก็สามารถทำให้คอร์สธรรมดากลายเป็นการเปลี่ยนผ่านสำคัญของทีมได้

เมื่อหัวหน้าเรียนรู้ร่วมกัน ทีมจะร่วมมือกันดีขึ้น

บรรยากาศของการทำงานมักสะท้อนท่าทีของหัวหน้า

– ถ้าหัวหน้าเปิดใจ ทีมจะเปิดใจตาม

– ถ้าหัวหน้ารับฟัง ทีมจะรับฟังกันเองมากขึ้น

– ถ้าหัวหน้ากล้าลองสิ่งใหม่ ทีมจะกล้าทดลองตาม

การเรียนรู้ร่วมกันสร้างภาษากลางชุดใหม่ในทีม ทุกคนเข้าใจวิธีคิดเดียวกันจริง ๆ ไม่ใช่แค่เข้าใจตามเอกสาร ผลคือการสื่อสารจะชัดขึ้น ความคาดหวังจะตรงขึ้น และการทำงานร่วมกันจะลื่นไหลกว่าเดิม นี่คือสิ่งที่เทรนนิ่งพนักงานควรสร้างให้เกิดได้ เพราะมันเปลี่ยนการทำงานแบบแยกส่วน เป็นการทำงานแบบร่วมมือ

สุดท้าย เทรนนิ่งพนักงานไม่ได้เริ่มที่พนักงาน แต่เริ่มที่หัวหน้า

– หัวหน้าที่สนับสนุนการเรียนรู้ จะสร้างทีมที่กล้าเรียนรู้

– หัวหน้าที่เปิดใจ จะสร้างทีมที่เปิดใจ

– หัวหน้าที่เรียนรู้ร่วมกัน จะสร้างทีมที่เติบโตพร้อมกัน

เทรนนิ่งพนักงานจึงไม่ใช่การพัฒนาคนระดับปฏิบัติการเท่านั้น แต่คือการกำหนดทิศทางของวัฒนธรรมการเรียนรู้ทั้งทีม หัวหน้าที่เป็นผู้เรียนร่วม จะเปลี่ยนคอร์สหนึ่งวันให้กลายเป็นการเปลี่ยนแปลงระยะยาวของทีมได้จริง

“สุดท้ายแล้ว การเทรนนิ่งพนักงานที่มีพลังที่สุด คือการทำให้หัวหน้าและทีมเรียนรู้ไปด้วยกันในเส้นทางเดียวกัน”

หากองค์กรของคุณต้องการเทรนนิ่งพนักงานที่ไม่ใช่แค่การเข้าอบรม แต่เป็นการเปลี่ยนรูปแบบการทำงานผ่านบทบาทของผู้นำ The Blacksmith พร้อมออกแบบโปรแกรมที่ทำให้หัวหน้าและทีมเรียนรู้ร่วมกันอย่างเป็นระบบ คลิกลงทะเบียน

Scroll to Top